Review : MSI X-slim X320 โน้ตบุ๊กเพรียวบาง

หลังจากที่ MSI ได้เปลี่ยนแผนการทำตลาดจากดีลเลอร์เจ้าเก่าอย่าง ESYS มาเป็น ดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่อย่าง เอสไอเอส ทำให้คาดหวังได้ว่าจะเป็นการเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังของ MSI ซึ่งในวันเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทาง MSI ได้ตั้งเป้าในปีแรกไว้ที่ 1% ของตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทย และจะพยายามขึ้นมาติดท็อปไฟว์ภายใน 3 ปี ดังนั้นจึงถือว่าเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง
       
       สำหรับการเทสเครื่องรุ่น X320 นี้จะมีปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับการทดลองใช้งานด้านแบตเตอรี่ เนื่องจากเป็นเครื่อง Prototype ทำให้ไม่สามารถทดสอบในส่วนของเวลาการใช้งานได้ จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
       
       Design Of MSI X-Slim X320 
       
       จุดเด่นแรกของ X320 คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของดีไซน์ที่ตอนเผยโฉมให้เห็นกันแรกๆนั้น ได้ชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่บางที่สุดในโลกก็ว่าได้ (แม้ว่าปัจจุบันอาจไม่ใช่แล้ว) ด้วยดีไซน์ที่อาจจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากแบรนด์ผลไม้ แต่ในข้อมูลบอกว่าแรงบันดาลใจมาจากความบางและเบาเหมือนกับขนนก ทำให้รูปโฉมดูงดงามน่าสัมผัส ขนาดรอบตัวจะอยู่ที่ 330 x 224 x 6.0-19.8 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 1.3 กิโลกรัม
       
       
       
       บริเวณด้านบนของเครื่องจะมีเพียงโลโก้ของ MSI ในลายนูนอยู่ตรงกลางเมื่อเปิดใช้งานโลโก้ดังกล่างจะมีไฟติดขึ้นมา ส่วนพื้นผิวบริเวณอื่นก็เป็นลักษณะมันเงาเรียบไปทั้งหมด แน่นอนว่าความมันเงาทำให้มีรอยนิ้วมือติดได้ง่าย
       
       
       
       เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาจะพบกับหน้าจอ LCD ขนาด 13 นิ้ว ความละเอียด 1360 x 768 พิกเซล ในสัดส่วน 16:9 ด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมไมโครโฟนอยู่ข้างๆ ด้านล่างหน้าจอจะมีโลโก้ของ MSI ติดอยู่ตามปกติ
       
       
       
       ในส่วนของข้อต่อจะยึดติดกับตัวเครื่องบริเวณมุมซ้ายและขวา ความรู้สึกในส่วนของข้อต่อนั้น ด้วยความที่เครื่องมีความบางและเล็กทำให้ความแข็งแรงอาจจะเทียบกับเครื่องรุ่นใหญ่ๆไม่ได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาถ้าไม่มีการตกกระแทกแรงๆ ถัดลงมาถึงคีย์บอร์ดขนาดของคีย์บอร์ดทำมาได้เหมาะมือ ไม่เล็กจนเกินไป จะมีปุ่มที่เล็กๆอยู่บางส่วน เช่น แถวบนและริมขวาทั้งหมด รวมไปถึงปุ่มลูกศร ซึ่งทำให้ปุ่มตัวอักษรทั้งหมดสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี
       
       
       
       สำหรับทัชแพดอาจจะเป็นปัญหาสำคัญในกรณีที่กำลังพิมพ์ข้อความอยู่เนื่องมาจาก ขอบของทัชแพดจะมีลักษณะยุบลงไปจากบริเวณที่รองข้อมือเพียงเล็กน้อย ทำให้เวลาใช้งานข้อมูลจะสัมผัสกับบริเวณดังกล่าวได้ง่าย ทำให้เหมือนกับคลิกเมาส์เลื่อนซึ่งแน่นอนว่า ถ้าผู้ใช้มีเมาส์แล้วก็สามารถปิดการทำงานของทัชแพดได้
       
       
       
       สำหรับไฟแสดงสถานะต่างๆ จะลงมารวมกันอยู่บริเวณด้านล่างทัชแพดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อบลูทูธ ไวเลส เข้าสู่โหมดพักเครื่อง สถานะแบตเตอรี่ การทำงานของซีพียู ฮาร์ดดิสก์ต่างๆ ทำให้อาจจะดูเยอะไปสักหน่อย
       
       
       
       ด้านหลังเครื่องนอกจากจะเห็นรูระบายอากาศอยู่บริเวณมุมล่างแล้ว ส่วนอื่นๆจะปิดมิดชิดไปกับตัวเครื่องทั้งหมด โดยส่วนบนจะเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่ เมื่อถอดแบตเตอรี่ออกมาจะพบกับช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ด้านใน ซึ่งทีมงานไม่แน่ใจว่าเครื่องที่วางขายจะรองรับการใช้งานดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากภายในเว็บไซต์ระบุไว้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริม
       
       Input and Output Ports
       
       
       
       ด้านซ้ายเครื่องไล่จากข้างในจะมีพอร์ต VGA-Out แลน พอร์ตยูเอสบี 1 พอร์ต และ ช่องอ่านการ์ดรีดเดอร์แบบ 2-1 เมื่อเทียบดูจะเห็นได้ว่าความหนาของเครื่องเท่ากับขนาดของพอร์ต VGA-Out เลยทีเดียว ดังนั้นในอนาคตถ้าต้องการให้เครื่องบางมากกว่านี้ คงต้องทำพอร์ตที่มีขนาดเล็กลงไปด้วยแน่นอน
       
       
       
       ส่วนทางด้านขวาจะมีช่องเสียบสายชาร์จ ช่องเสียบไมโครโฟน หูฟัง และพอร์ตยูเอสบีอีก 2 พอร์ต เพียงเท่านั้น
       
       สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายจะมีทั้งไวเลส ที่รองรับมาตรฐาน 802.11b/g/n และบลูทูธ 2.1+EDR

Share/Save/Bookmark

No related posts.

Post a Response

DekDigg MaDigg DekADD HippoBa MonoJung VoteJung BookmarkDigg SiamSocialBookmark SiamDigg Digg in Thai Submit in Thai Voyage Digger DukDigg FollowADD ThaiSB ขุด WordThai SpiceDay ThaiZad Techkr DiggSa DayADD DoogDigg DigGaza DukeDig NungLub KraDigg DiggDay Z-xxl