นี่สิ Transformer ของจริง
วินาทีที่เห็นภาพ ไมเคิล โอเวน ยืนสวมเสื้อแดงมีแถบสีดำรูปตัว V น่าเกลียดคาดอก พร้อมยิ้มแป้นชูผ้าพันคอทีมีตัวอักษรเป็นชื่อทีมบางทีมนั้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้ผมรู้ว่าตัวเองก็รักและมีเยื่อใยกับอดีตจอมถล่มประตูของหงส์แดงคนนี้อยู่เหมือนกันแฮะ
หลายท่านที่เป็นเด็กหงส์คงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ แม้ว่าคุณจะเถียงว่านักเตะฉายา ‘เบบี้โกล์’ คนนี้ไม่ใช่สุดเลิฟในดวงใจ หรือคุณเฉยๆกับข่าวดังกล่าว แต่ถ้าคุณเป็นเด็กหงส์ที่เชียร์และโตมากับทีมในยุคของเชราร์ อุลลิเยร์ มันปฏิเสธได้ยาก ว่าคุณไม่รู้สึกอะไรกับชายที่ชื่อ ไมเคิล โอเวน เลย
ไมเคิลโอเวน ทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี และสามารถถล่มตาข่ายได้เลยทันทีในนัดแรกที่ลงสนาม ก่อมีโอกาสในทีมชุดใหญ่ ผมเคยได้ยินเสียงร่ำลือมาช่วงหนึ่งว่า ในทีมสำรองของเรามีศูนย์หน้าวัยรุ่นที่จัดว่านรกแตกคนหนึ่งที่จ่อท้ายทอยรุ่นพี่อย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อยู่ นัยว่าความคมอาจจะใกล้เคียงกันแต่ถ้าให้วิ่งไปซื้อปาท่องโก๋ปากซอยแล้ว คุณต้องเรียกใช้โอเว่นเท่านั้น
ซอยไม่มียั้งหยั่งงี้ ไม่มีโค้ชคนไหนทนไหวหรอกครับ ว่าแล้วก็จัดไปให้เล่นชุดใหญ่ม่างเลย จากนั้นมาดูเหมือนทีมชุดใหญ่จะมีเขาเป็นสมาชิกแบบถาวร โดยเริ่มจากการเป็นส่วนหนึ่ง ไปเป็นขาประจำหลังจากนั้นไม่กี่ปีพวกเราพบว่าเรา’ขาดเขาไม่ได้’ แทบจะแม้แต่นัดเดียว
โดยคนที่เป็นพาร์ทเนอร์อย่างก็อดของผม เริ่มนอนบนเตียงบ่อยขึ้น พอกลับมาก็มาแต่ตัว ฟอร์มเพชรฆาตรก็ไม่เอากลับมาด้วย ในที่สุด ความหวังอันดับหนึ่งยุค 2000 ของลิเวอร์พูลกลายเป็นไอ้หนูดาวรุ่ง ผู้มีเอฟเวอร์ตันเป็นทีมในดวงใจไปเสียฉิบ
เรียกว่า ถ้าหากหงส์อยากได้ประตูก็ไม่ต้องทำไรมาก หลับหูหลับตาเตะๆโยนๆไปข้างหน้า เด๋วเว่นจัดให้…
ปี 2001 ที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ FA Cup จากการเฉือนชนะปืนใหญ่ อาร์เซนอลไปสุดแสบนั้น ก็เป็นโอเว่นนี่แหละ ที่จัดแจงบันดาลสองประตู แซงเอาชนะไปได้ ซึ่งทุกวันนี้ยังคาใจแฟนปืนหลายคนอยู่เลย(หลายคนอาจจะเถียงว่าท่อนแขนของอองโชตะหากที่ทำให้ลิเวอร์พูลชนะ 555)
หลังจากนั้นปีต่อมา เขาก็กลายเป็นกำลังหลักให้ทีมในสมรภูมิพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะเข้าป้ายเป็นอันดับสองของลีก โดยอันดับในปีนั้นเหนือกว่าแมนฯยูด้วยซ้ำ แต่ไม่สามารถสู้กับความร้อนแรงของปืนใหญ่ได้ เป็นโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วที่จะคว้าแชมป์ลีกในยุคนั้น
ปี 2004 เขาย้ายออกไปร่วมพลพรรคกาลาคติกอสด้วยค่าเสียหาย 8 ล้านปอนด์ น้อยมากเมื่อเทียบกับความเป็นจริง แต่ทีมไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราเขาเองก็ไม่เห็นอนาคตของทีม และอาจจสงสัยในความสามารถของ ราฟาเอล ผู้มาใหม่ แม้ข่าวจะออกมาว่า ราฟา พยายามเจรจากับลูกทีมใหม่ชาวอังกฤษทั้งสามคนถึงแค้มป์ทีมชาติ เพื่อที่จะพยายามรั้งตัวเอาไว้ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นโอเวนที่ต้องออกจากทีมไป
ถึงตรงนี้ ผมอดนึกเปรียบเทียบกับ สตีวี่จีไม่ได้…
มองในมุมของผม สตีวี่ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากโอเวนเท่าไหร่นัก ไม่ต่างยังไง เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าต่อครับ
Related posts:
- ‘รัช’ เห็นโอกาส ‘โอเวน’ คืนฟอร์มเก่งกับผีแดง
- ตรวจร่างกายฉลุย ‘โอเวน’ เซ็น 2 ปีซบผีเรียบร้อย
- “ฟาวเลอร์” อึ้งโอเวนซบผี มั่นใจ “ตอร์เรส” ยิงกระฉูดกว่า
- “โอเวน” ตกอับสุดขีด!! ทำโบรชัวร์เร่ขาย “ไอ้เสือ” เริ่มเหล่
- “แม็กมาน” ยัน 3 แข้งพระกาฬหงส์ เหินฟ้ามาไทยแน่
Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.































