Review : Nokia N97 เกาะติดสังคมออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา

Nokia N97

 

 สังคมออนไลน์นับวันยิ่งจะมีบทบาท และมีอิทธิพลมากขึ้นกับในยุคนี้ ถึงขนาดแผ่ขยายอาณาเขตจากคอมพิวเตอร์เข้าสู่โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันขณะเคลื่อนที่ และ Nokia N97 ที่นำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน โดยโนเกียระบุว่าได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานทางด้านอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมมากขึ้น และยังมองว่า N97 เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป เนื่องจากสามารถตอบสนองการใช้งานด้านโมบายล์คอมพิวเตอร์ได้หมดทุกอย่างตามที่ต้องการ รวมถึงโนเกียยังเชื่อว่า ณ เวลานี้ N97 ยังเป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้อยู่
       
       Feature On Nokia N97
       
       


       
       “โนเกีย N97″ ใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียน เวอร์ชัน 9.4 (S60 5th Edition) หน้าจอสั่งงานด้วยการสัมผัส ซึ่งเป็นแบบเดียวกับรุ่น 5800 XpressMusic ตามที่เคยได้รีวิวให้ชมกันไปแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะพบกับหน้าจอหลัก ประกอบไปด้วย เหล่าบรรดาวิตเจ็ตที่ได้ตั้งค่าไว้ ซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้ทันที และยังสามารถแก้ไขได้ตามความต้องการของผู้ใช้ทั้งเพิ่มหรือลบออกในภายหลังได้ ส่วนใครที่ชอบสไตล์ดั้งเดิมแบบเรียบง่าย โดยที่ไม่มีวิตเจ็ตมาโชว์ให้เลอะเทอะหน้าจอ ก็สามารถเลื่อนหน้าจอโดยใช้นิ้วลากไปทางซ้าย หรือทางขวา หรืออีกวิธี คือ เลือกตัวเลือก > ซ่อนเนื้อหา หน้าจอจะแสดงเป็นหน้าว่างเปล่า ซึ่งมีเพียงนาฬิกา, วัน, วันที่ และสถานะการใช้งานเครื่องปรากฎอยู่ทางด้านบนเท่านั้น
       
       ***หมายเหตุ เมื่อต้องการรับสายโทรศัพท์ขณะเครื่องถูกล็อกอยู่ ให้ผู้ใช้งานเลื่อนสไลด์ “รับสาย” ทางด้านบนได้เลย
       
       


       
       “หน้าจอหลัก”สามารถแสดงผลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยจะเปลี่ยนมุมมองเป็นแนวนอนอัตโนมัติเมื่อสไลด์แผงแป้นพิมพ์ QWERTY ออกมา หรือผู้ใช้งานเอียงเครื่องแนวนอนหน้าจอก็จะปรับแสดงผลเป็นแนวนอนเช่นเดียวกัน คราวนี้กลับมาดูหน้าจอหลักที่โชว์วิตเจ็ตต่างๆให้เลือกใช้งานกันต่อ อย่างที่บอกตอนต้นว่าสามารถปรับแต่งแก้ไขวิตเจ็ตต่างๆได้ตามใจผู้ใช้ โดยเลือก ตัวเลือก > แก้ไขเนื้อหา ทีนี้ก็เลือกช่องว่างที่ต้องการนำวิตเจ็ตมาใส่ไว้ จากที่ให้มาทั้งหมด 5 ช่องด้วยกัน เมื่อเลือกช่องว่างได้แล้วให้กดที่ตัวเลือกอีกครั้ง แล้วเลือก“เพิ่มเนื้อหา” จากนั้นก็เลือกแอปฯตามความต้องการที่มีอยู่ทั้งหมดในเครื่อง หรือใครอยากจะได้นอกเหนือจากในเครื่องก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ที่ store.ovi.com เมื่อเลือกเสร็จก็ให้กด “เรียบร้อย” เป็นอันเสร็จพิธี นอกจากนี้ยังสามารถสลับช่องโดยการลากย้ายช่องได้อิสระอีกด้วย
       
       


       
       ส่วน“เมนูทางลัด”ที่ค่าเดิมให้มาเป็น “รายชื่อ” นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นฟังก์ชันอื่นๆได้เช่นกัน โดยเลือกที่ตัวเลือก > แก้ไขเนื้อหา จากนั้นเลือกตัวเลือกอีกครั้ง แล้วเลือก “ปุ่มเลือกด้านขวา” หน้าจอจะแสดงเมนูย่อยให้เลือกระหว่าง แอปพลิเคชัน กับบุ๊คมาร์ค สำหรับแอปพลิเคชันจะแสดงรายชื่อฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อย เช่น กล้อง, การค้นหา, รายชื่อ, การเชื่อมต่อ, เครื่องคิดเลข, วิทยุ และอีกมากมายที่มีอยู่ทั้งหมดในเครื่อง ส่วนบุ๊คมาร์คจะแสดงรายชื่อเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ได้บุ๊คมาร์คเอาไว้ เพื่อจะได้เข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้นได้อย่างสะดวก รวดเร็วขึ้น
       
       


       
       “เมนูหลัก”ของ ‘N97′ สามารถแสดงผลการจัดวางได้ 2 รูปแบบ แบบตาราง กับแบบรายการ เหมือนกับทุกๆรุ่น ซึ่งประกอบไปด้วย ปฏิทิน(Calendar), รายชื่อ(Contacts), เพลง(Music), เว็บ(Web), ข้อความ(Messaging), รูปถ่าย(Photos), ร้านค้า(Store),แผนที่(Maps), วิดิโอและทีวี(Videos&TV), การตั้งค่า(Setting), เกม(Games), แอปพลิเคชัน(Applications)
       
       Ovi Store
       
       


       
       สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่มีอยู่ในเครื่อง สามารถสมัครใช้งาน “Ovi Store” ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอน นอกเหนือจากสมัครผ่านเว็บไซต์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น เริ่มจากเลือก “Create a Nokia account” ขั้นตอนแรกกรอก Username กับPassword ขั้นตอนที่สองเลือกประเทศ กับกรอกเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งาน หรือกรอกอีเมล และสุดท้ายกรอกตัวอักษรตามที่ปรากฎ จากนั้นเลือกยอมรับข้อตกลง(I agree) เท่านี้ก็สามารถเลือกโหลดแอปฯได้ตามต้องการแล้ว ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน
       
       


       
       เมื่อเข้าหน้าสโตร์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือจะปรากฎเป็นหมวดหลักให้เลือกใช้อยู่ด้วยกัน 5 หมวด ซึ่งบางหมวดจะมีหมวดย่อยแบ่งตามประเภทการใช้งานไปอีก ประกอบไปด้วย Recommended, Applications มีหมวดย่อยให้เลือกอีกกว่า 10 หมวด, Games มีหมวดย่อยให้เลือกอีกกว่า 10 หมวดเช่นกัน, Audio&Video มีหมวดย่อยให้เลือก 3 หมวด และPersonalisation มีหมวดย่อยให้เลือกอีก 3 หมวด ซึ่งผู้ใช้งานสามารถกำหนดให้แสดงเฉพาะแอปฯยอดฮิต, แอปฯที่มีการดาวน์โหลดบ่อย, แสดงเฉพาะแอปฯฟรี และแสดงเฉพาะแอปฯที่เสียงเงินได้อีกด้วย หากเลือกแอปฯได้แล้วก็ให้กดดาวน์โหลดได้เลย เครื่องจะทำการโหลดและติดตั้งลงเครื่องให้อัตโนมัติ โดยแอปฯที่โหลดมาจะไปปรากฎในเมนู “แอปพลิเคชัน”
       
       Note
       
       


       
       การพิมพ์ข้อความนั้นมีช่องทางให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบปุ่มกดตัวเลขที่อยู่บนหน้าจอ (Multi Tap), แบบเขียนด้วยลายมือ ซึ่งสามารถอ่านลายมือได้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ และผ่านปุ่มบนคีย์บอร์ด QWERTY ที่สไลด์ออกมาทางด้านข้างตัวเครื่อง สำหรับการใช้งาน 2 ช่องทางแรกนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใดสามารถตอบสนองการสัมผัสได้เป็นอย่างดี ส่วนช่องทางสุดท้ายนั้นอาจจะมีอุปสรรคกับการใช้งานอยู่บ้าง อันเนื่องจากการวางตำแหน่งตัวอักษรภาษาไทยบนคีย์บอร์ดที่มีเพียง 3 แถว ทำให้ผู้ใช้อาจเกิดอาการมึนงงอยู่นานพอสมควรกว่าจะปรับตัวได้ ส่วนใครที่หาตัว “ฒ” ไม่เจอไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะเฟิร์มแวร์ที่ใช้อยู่ยังเป็นตัวเก่าอยู่นั่นเอง วิธีแก้ไขให้ไปดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์เวอชันใหม่ล่าสุด (v11.0.021) ซึ่งได้มีการแก้ไขจุดนี้เรียบร้อยแล้วครับ
       
       


       
       นอกจากนี้ยัง มีลูกเล่นวาดภาพมาให้ใช้งานกันด้วย ซึ่งอยู่ในเมนูแอปพลิเคชันใช้ชื่อแอปฯว่า “Drawing” เมื่อเปิดเข้าใช้งานสามารถเลือกการป้อนข้อความได้ 2 ลักษณะ คือ แบบวาด กับแบบพิมพ์ข้อความ หลักการทำงานเหมือนกับโปรแกรม Paint ที่คุ้นเคยกัน เพียงแต่เครื่องมือไม่ได้มีให้เลือกใช้มากมายเท่านั้นเอง สามารถปรับขนาดหัวดินสอ, ยางลบ ขนาดพิมพ์แบบอักษรได้ 3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ และมีสีมาให้เลือกใช้ 5 สีด้วยกัน เมื่อวาดจนพอใจแล้วสามารถบันทึก(Save)นำไปใช้งานได้ วาดได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
       
       Internet & Social Network
       
       


       
       ทีนี้มาดู‘การใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต’กันบ้าง ซึ่งสามารถเปิดใช้งานเว็บเพจผ่านเบราว์เซอร์เฉพาะของโนเกียเหมือนเช่นเคย รองรับ ‘Flash Player’ ทำให้สามารถเข้าดูเว็บต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ สามารถแสดงผลได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน รวมถึงสามารถขยายแบบเต็มจอได้ด้วย การเข้าใช้งานเบราว์เซอร์สามารถตอบสนองได้ดี มีเด้งหลุดบ้างเป็นบางครั้ง นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันภูมิอากาศ ที่สามารถตรวจดูสภาพภูมิอากาศได้โดยตรง ซึ่งอิงจากเว็บไซต์ AccuWeather.com มาแสดงผลทางหน้าจอทุกครั้งที่มีการเรียกใช้งาน
       
       ส่วนแอปพลิเคชันสังคมออนไลน์ยอดฮิตมีใส่มาให้ใช้งานกันถ้วนหน้า ทั้งเฟซบุ๊ก, ยูทูป, ไฮไฟว์, มายสเปซ เป็นต้น โดยแอปฯเหล่านี้สามารถถ่ายภาพแล้วอัปโหลดขึ้นโชว์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ภายหลังที่ store.ovi.com หรือจะเข้าทางหน้าสโตร์ตามที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นก็ได้ เมื่อลองใช้งานแล้วต้องบอกว่าสามารถอำนวยสะดวกสบายมากๆ มีความเฉพาะมากขึ้นไม่ต้องเสียเวลาเข้าผ่านเบราว์เซอร์เพียงช่องทางเดียว ยิ่งถ้าผู้ใช้งานเพิ่มเนื้อหาไปไว้บนหน้าแรกตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้นแล้ว จะทำให้รู้สึกถึงความสะดวกสบายในการใช้งานอย่างเห็นได้ชัด
       
       ***ข้อควรระวัง อย่าลืมเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนะครับ เนื่องจากแอปฯที่อยู่ภายในเครื่องจะทำการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่ออัปเดตข้อมูลแบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้ควรสมัครบริการอินเทอร์เน็ตกับโอเปอเรเตอร์เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่สูงจากการไม่ได้ใช้โปรโมชัน หรืออาจจะแก้ไขโดยการเข้าไปตั้งค่าไม่ให้เครื่องทำการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ
       
       Map
       
       


       
       รุ่นนี้ใช้แผนที่ ‘Nokia Maps’ รองรับระบบนำทางผ่านสัญญาณดาวเทียมแบบ A-GPS สำหรับแผนที่ที่มากับเครื่องรุ่นนี้เป็นเวอร์ชัน 3.0 ยังคงสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการแสดงแผนที่ได้ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ แผนที่, แผนที่ 3 มิติ, ดาวเทียม(แสดงภาพถ่ายทางดาวเทียม) และแบบผสม (แสดงแผนที่บนภาพถ่ายทางดาวเทียมควบคู่กัน) มีลูกเล่นของการแสดงผลให้เป็นแบบในเวลากลางวัน หรือกลางคืนได้ มีระบบค้นหาสถานที่สำคัญต่างๆแบ่งตามหมวดหมู่ เช่น ร้านอาหาร, โรงแรม, วัด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถใช้นำทางโดยการเดิน หรือขับรถยนต์ ไปยังสถานที่ปลายทางตามที่ระบุไว้ได้อีกด้วย ซึ่งรายละเอียดของการใช้งานส่วนนี้สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่ Review : Nokia N86 8MP เด่นที่กล้องพร้อมมัลติมีเดียครบ
       
       Camera
       
       มาดูในส่วนด้านความบันเทิงกันบ้าง เริ่มจากกล้องที่ติดมากับเครื่องรุ่นนี้กันก่อน ที่พกความละเอียดมาที่ระดับ 5 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส โดยใช้เลนส์คุณภาพสูงเจ้าเก่าอย่าง ‘Carl Zeiss’ พร้อมมีไฟแฟลชชนิด LED 2 ดวง มาให้ใช้งานในสภาวะแสงน้อย หลังจากถ่ายภาพแล้วสามารถส่งภาพถ่ายหรือวิดีโอผ่าน Ovi Share เพื่อแบ่งปันให้เพื่อนได้รับชมทางออนไลน์ได้เลยด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าของรุ่นนี้สามารถบันทึกภาพได้ด้วย โดยให้ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล สำหรับถ่ายภาพนิ่ง และ 176 x 144 พิกเซล (15 เฟรมต่อวินาที) สำหรับการถ่ายภาพวิดิโอ
       
       


       
       เมื่อเปิดใช้งานกล้องพบว่าหน้าตาฟังก์ชันการใช้งานนั้นแทบไม่ต่างรุ่น 5800 XpressMusic เลยแม้แต่น้อย ประกอบไปด้วย สัญลักษณ์โหมด(อยู่ทางมุมบนด้านซ้าย) ถัดลงมาเป็นอัตราการซูมขยาภาพ(แบบดิจิตอล) สามารถกดเลือกผ่านหน้าจอได้เลย หรือว่าจะกดปุ่ม +/- ทางด้านข้างของตัวเครื่องก็ได้ ล่างสุดเป็นแถบแสดงสถานะแบตฯ, ขนาดภาพ, จำนวนภาพ, แหล่งเก็บภาพ และสถานะเปิดใช้ตำแหน่ง GPS ให้กับภาพ ตามลำดับ ส่วนทางด้านขวามีให้เลือกใช้งานดังนี้ จับภาพอัตโนมัติ ถัดลงมาเป็นการปรับการใช้งานของแฟลช และแถบเครื่องมือเพิ่มเติม
       
       


       
       โดยการปรับค่าการใช้งานของแฟลชนั้นมีให้เลือกดังนี้ อัตโนมัติ, เปิดแฟลช, ลดจุดตาแดง และปิดแฟลช โหมดฉากที่มีมาให้ในแถบเครื่องมือเพิ่มเติม ได้แก่ อัตโนมัติ (Automatic), กำหนดเอง(User Defined), โหมดระยะใกล้(Close-up), แนวตั้ง(Portrait), แนวนอน(Landscape), กีฬา (Sports), กลางคืน(Night), แนวตั้งกลางคืน(Night portrait) นอกจากนี้ ยังมีการปรับค่าถ่ายภาพอื่นๆ ได้แก่ แสดงช่องเล็ง, ตัวจับเวลาถ่ายภาพ มีให้เลือกตั้ง 2, 10 และ20 วินาที, มีโทนสีให้เลือก 5 แบบมีดังนี้ ปกติ(Nomal), ซีเปีย(Sepia), ขาวดำ(Black & white), สดใส(Vivid), เนกาทีฟ(Negative)
       
       


       
       ปรับค่าสมดุลสีขาว(White balance) มีให้เลือกดังนี้ แบบอัตโนมัติ, แสงจ้า(Sunny), เมฆหนา(Coludy), แสงไฟทังสเตน(Incandescent) และแสงไฟนีออน(Fluorescent) ปรับค่าเปิดรับแสง ปรับค่าความไวแสง(ISO) มีให้เลือกใช้ 4 แบบ อัตโนมัติ, ต่ำ(Low), ปานกลาง(Medium) และสูง(High) มีให้เลือกปรับความเข้มของแสง, ความคมชัด 3 แบบ เข้ม, ปกติ, อ่อน และมีให้เลือกว่าจะถ่ายภาพเดียว หรือถ่ายภาพต่อเนื่อง
       
       


       
       ส่วน“การตั้งค่า”สามารถเลือกเข้าไปปรับได้ โดยกด ตัวเลือก > การตั้งค่า ซึ่งมีให้เลือกตั้งค่าต่างๆเริ่มจากคุณภาพของรูปภาพที่มีให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ 5 ล้านพิกเซล ใช้สำหรับการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ (11 x 4 นิ้ว), 2 ล้านพิกเซล สำหรับการพิมพ์ภาพขนาดกลาง (7 x 5 นิ้ว) และ 0.3 ล้านพิกเซล สำหรับภาพขนาดเล็กที่ส่งทางข้อความมัลติมีเดีย ถัดมาเป็นการแสดงข้อมูล GPS(เปิด-ปิด), การตั้งค่าการแสดงภาพที่จับว่าจะให้แสดงหรือไม่, การตั้งชื่อของภาพว่าจะให้ตั้งตามวันที่ หรือจะเป็นข้อความตามที่ผู้ใช้กำหนดก็ได้, เสียงชัตเตเอร์มีให้เลือกปรับ 4 แบบ แต่ไม่สามารถเลือกปิดเสียงได้, ตั้งค่าการหมุนภาพอัตโนมัติว่าจะให้หมุนหรือไม่ และการเลือกแหล่งเก็บภาพ (ตามลำดับ)
       
       


       
       โหมดวิดีโอมีลักษณะเช่นกันกับโหมดกล้อง มีให้เลือกปรับค่าต่างๆดังนี้ ฉากมีให้เลือก 3 แบบ คือ อัตโนมัติ แสงน้อย และกลางคืน การปรับค่าสมดุลสีขาว(White balance) มีให้เลือกปรับ 5 แบบเหมือนกันกับในโหมดกล้องถ่ายภาพ ได้แก่ แบบอัตโนมัติ, แสงจ้า(Sunny), เมฆหน้า(Coludy), แสงไฟทังสเตน(Incandescent) และแสงไฟนีออน(Fluorescent) เช่นเดียวกับโทนสีสามารถเลือกปรับได้ 5 แบบ ได้แก่ ปกติ(Nomal), ซีเปีย(Sepia), ขาวดำ(Black & white), จ้า(Vivid) และเนกาทีฟ(Negative)
       
       


       
       “การตั้งค่า”ของโหมดวิดีโอสามารถเลือกเข้าไปปรับได้ ซึ่งคล้ายกับการปรับฟังก์ชันในโหมดกล้องเช่นกัน โดยกดเลือกที่ ตัวเลือก > การตั้งค่า ซึ่งมีรายละเอียดฟังก์ชันต่างๆดังนี้ คุณภาพวิดีโอ มีให้เลือกปรับใช้ถึง 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ ทีวีคุณภาพสูง(TV high quality) สำหรับเล่นผ่านทีวี พีซี และโทรศัพท์ในอัตราส่วน 4:3, หน้าจอกว้างคุณภาพสูง(Wide screen high quality) สำหรับเล่นผ่านทางโทรศัพท์ และคุณภาพการใช้แบบปกติ(Sharing quality) เป็นวิดีโอแบบจำกัด สำหรับส่งข้อความมัลติมีเดีย นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกแสดงข้อมูล GPS, ปรับในส่วนของการบันทึกเสียง ว่าจะให้เปิดหรือปิด, ตั้งค่าการแสดงวิดีโอที่ถ่ายไว้ว่าจะให้โชว์เลยหรือไม่, การตั้งชื่อของภาพ และเลือกแหล่งเก็บไฟล์วิดีโอ
       
       หลังการใช้งานกล้องรุ่นนี้พบว่า ลูกเล่นฟังก์ชันมาแบบเดียวกับรุ่น 5800 XpressMusic เป๊ะ! ต่างกันที่ตรงความละเอียด กับเพิ่มฟังก์ชันระบุตำแหน่งภาพโดยใช้ GPS กับถ่ายภาพเดียว หรือต่อเนื่องเท่านั้น ความไวชัตเตอร์จัดว่าไวทันใจสั่งจริงๆ อาการแฮงก์ยังมีอยู่แต่นานๆเจอสักครั้ง สีสันภาพนิ่งตรงตามธรรมชาติ ด้านความคมชัดใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนภาพจากวิดีโอจัดอยู่ในระดับปานกลาง ทีมงานได้ลองใช้กล้องเครื่องนี้เสมือนแทนเป็นกล้องคอมแพกต์ โดยได้บันทึกภาพนิ่ง และวิดีโอแบบหนักๆต่อเนื่อง พักบ้างบางช่วงขณะ และมีการใช้โทร.ติดต่อบ้างนิดๆหน่อยๆ สามารถใช้ได้ 1 วันพอดิบพอดี
       
       Music
       
       


       
       ถัดมาความบันเทิงด้านเสียงเพลงที่ N97 ได้รวบเข้าไว้เป็นแมนูเดียว อันประกอบไปด้วย เครื่องเล่นเพลง, ร้านค้าเพลง และวิทยุ
       

       Music Player
       
       


       
       คราวนี้มาไล่ดูเริ่มจาก “เครื่องเล่นเพลง” ที่ยังคงมีการแบ่งรายการฟังก์ชันการใช้งานในรูปแบบเดิม ประกอบไปด้วย ศิลปิน : แสดงแยกออกตามรายชื่อศิลปิน, อัลบั้ม : แสดงตามชื่ออัลบั้ม, รายการเล่น : แสดงรายการเพลงที่ถูกเลือกเล่นบ่อยที่สุด, เพลงทั้งหมด : เพลงทั้งหมดที่พร้อมเล่น, พอดแคสต์, ประเภทของเพลง : แยกเพลงตามประเภทต่างๆ และผู้เรียบเรียง
       
       


       
       เมื่อเลือกเล่นเพลง เครื่องจะเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี คือ มีการโชว์ภาพอัลบั้ม(ถ้ามี) แถบแสดงเวลาการเล่นแต่ละเพลง ปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลง ซึ่งรุ่นนี้เป็นปุ่มกดแบบสัมผัสบนหน้าจอ เครื่องเล่นเพลงสามารถหมุนปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนตามการจับถือของผู้ใช้
       
       


       
       การปรับค่าต่างๆสามารถทำได้โดยการกดที่ “ตัวเลือก” ซึ่งมีให้เลือกปรับดังนี้ สลับเล่นเพลง(สุ่ม/ไม่สุ่ม), เล่นซ้ำ มีให้เลือก 3 ค่า ได้แก่ เล่นรอบเดียว เล่นซ้ำทั้งหมดไปเรื่อยๆ และเล่นซ้ำเฉพาะเพลง, อีควอไลเซอร์ตัวเครื่องมีให้เลือกปรับแต่ง 5 แบบ ได้แก่ เบส, คลาสิก, แจ๊ส, ป๊อป และร็อก รวมถึงยังสามารถกำหนดค่าอีควอไลเซอร์ตามแบบฉบับของตัวเองได้ด้วย
       
       


       
       นอกจากนี้ ยังมีเครื่องส่ง FM (FM Transmitter) อีกหนึ่งคุณสมบัติที่มีมาให้ใช้งานในรุ่นนี้เหมือนกัน คือ สามารถส่งเสียงเพลงจาก N97 ไปยังเล่นที่สามารถรับวิทยุ FM ได้ โดยใช้คลื่นวิทยุ FM เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อ ทั้งนี้ ผู้ใช้ต้องตั้งความถี่ของคลื่นวิทยุให้ตรงกันทั้ง 2 ฝั่ง ส่วน“การตั้งค่า” มีให้เลือกปรับ สมดุล(Balance) เป็นการปรับความดังเสียงซ้าย-ขวาของลำโพง มีฟังก์ชันการเพิ่มเสียงทุ้ม( Bass booster) สำหรับเพิ่มเสียงทุ้มให้มากขึ้นกว่าเดิม และขยายแถบเสียงสเตอริโอ(Stereo widening) สำหรับเพิ่มเสียงให้ดูมีมิติและใสขึ้น
       
       FM
       
       

 
       
       “วิทยุ FM” ยังต้องอาศัยชุดหูฟังเป็นเสาอากาศคอยรับสัญญาณ มีระบบสแกนหาความถี่ทั้งแบบค้นหาอัตโนมัติ และค้นหาด้วยตัวผู้ใช้งานเอง (ทศนิยมแบบ 2 ตำแหน่ง)เมื่อแสกนความถี่ได้ตามต้องการแล้วสามารถเลือกที่จะจัดเก็บได้ ซึ่งเครื่องรองรับได้ทั้งหมด 20 สถานี นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบการฟังได้ว่าจะฟังผ่านชุดหูฟัง หรือฟังผ่านลำโพงสเตริโอของเครื่อง และยังสามารถเลือกให้เล่นเป็นพื้นหลัง ในกรณีต้องการออกไปใช้งานภายนอกด้วย
       
       หลังการใช้งานในส่วนความบันเทิงด้านเสียงเพลงนี้พบว่า ลูกเล่นต่างๆยังเหมือนเดิมไม่มีลูกเล่นอะไรใหม่เพิ่มเติมเข้ามา ความดังของเสียงอยู่ในระดับปานกลางไม่ถึงกับดังมาก เสียงออกโทนแหลมปนนุ่ม มิติของเสียงไม่ค่อยมีเท่าไรนัก ออกแนวแบนเสียมากกว่า ซึ่งหากไม่ซีเรียสจุดเหล่านี้โดยรวมสามารถตอบสนองการฟังเพื่อความเพลิดเพลินได้สบาย
       
       Design of Nokia N97
       
       


       
       ตัวเครื่อง Nokia N97 เป็นโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัส พ่วงด้วยแป้นพิมพ์แบบ QWERTY ที่ซ่อนอยู่ใต้จอแสดงผล สามารถเรียกใช้งานโดยการเลื่อนออกมาทางด้านข้าง (ซ้ายไปขวา) ซึ่งโดยรวมแล้วยังคงความหรูหราอยู่แม้การออกแบบตัวเครื่องจะดูเรียบง่ายก็ตาม ส่วนขนาดของเครื่องนั้นจัดว่ากะทัดรัดคล้ายๆกับ 5800 XpressMusic หากไม่นับความหนาของเครื่องที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคีย์บอร์ดภายใน แต่น้ำหนักอาจจะมากไปสักนิดสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายที่ไม่ชอบพกของมีน้ำหนัก โดยตัวเครื่องมีขนาด 117.2 x 55.3 x 15.9 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 150 กรัม ตัวเครื่องมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ กับสีขาว
       
       


       
       ด้านหน้า : ไล่จากบนสุดของตัวเครื่องจะพบลำโพงสนทนาวางอยู่ตรงกึ่งกลางของตัวเครื่อง ใกล้กันฝั่งขวาของลำโพงเป็นกล้องรูเข็มกล้องตัวที่สองของเครื่อง (ใช้ได้ทั้งถ่ายภาพ และวิดีโอคอล) และเซ็นเซอร์วัดแสง สำหรับปรับความสว่างหน้าจอให้เข้ากับสภาพแสงในขณะนั้น ส่วนทางฝั่งซ้ายของลำโพงบริเวณมุมเครื่องเป็นเซ็นเซอร์พร็อกซิมิตีเซ็นเซอร์ (Proximity sensor) เซ็นเซอร์ตรวจสอบระยะห่างสำหรับปิดการใช้งานจอแสดงผลอัตโนมัติในระหว่างสนทนา ถัดลงมาเป็นส่วนของจอแสดงผล TFT-LCD 16 ล้านสี ขนาด 3.5 นิ้ว (360 x 640 พิกเซล) แสดงผลแนวนอนและแนวตั้งอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ ขอบเครื่องข้างจอแสดงผลมียี่ห้อ “NOKIA” และชื่อรุ่น “N97″ วางอยู่ในแนวนอน
       
       


       
       ใต้จอแสดงผลเป็นชุดปุ่มควบคุม ประกอบไปด้วย ปุ่มกดสีเงินไว้สำหรับเข้าเมนู และปุ่มแบบสัมผัสในการใช้งานรับสาย และวางสายตามลำดับ
       
       


       
       


       
       เมื่อสไลด์ตัวเครื่องออกทางด้านข้างจากซ้ายไปขวา จะพบกับแผงคีย์บอร์ด “QWERTY” แบบ 3 แถว ซึ่งหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นแนวนอนตามคีย์บอร์ดโดยอัตโนมัติ ตัวอักษรบนแป้นพิมพ์มีการสกรีนทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่างๆ ด้านซ้ายเป็นปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง และด้านล่างปุ่ม Space bar มีไมโครโฟนซ่อนอยู่ เมื่อลองใช้งานในที่มืดสามารถมองเห็นตัวอักษรบนแป้นพิมพ์ ซึ่งมีแสงไฟส่องขึ้นมาได้ชัดเจนดี
       
       ***หมายเหตุ หากต้องการกดปุ่มเปลี่ยนภาษาสามารถกดได้ โดยการกดปุ่ม “Shift” (ลูกศรขึ้น) แล้วตามด้วย ปุ่ม “Sym” ส่วนถ้าต้องการใช้สัญลักษณ์ก็ให้กด “Sym” แล้วเลือกหาสัญลักษณ์ที่ต้องการ หากต้องการพิมพ์ตัวอักษรสีฟ้า ให้กดปุ่มฟังก์ชัน (ปุ่มลูกศรเฉียงมุมขวา)
       
       


       
       


       
       ข้อต่อบานพับของเครื่องทำได้ค่อนข้างแข็งแรง ดูแน่นหนาดี เมื่อสไลด์ตัวเครื่องออกหน้าจอจะลาดเอนล็อกเข้ากับเครื่องพอดิบพอดี ป้องกันการลื่นไหลแบบไม่ได้ตั้งใจได้สบาย ซึ่งวัดหน้าจอเมื่อกางออกจนสุดได้ประมาณ 135 องศา เมื่อลองตั้งกับพื้นสามารถทรงตัวอยู่ได้โดยไม่เอนไปด้านหลัง การออกแบบตรงส่วนนี้ถือว่าสอบผ่าน
       
       


       
       ด้านหลัง : ไล่จากด้านบนสุดจะพบกับฝาปิดเลนส์กล้อง มีข้อความการันตีถึงชนิดเลนส์ และความละเอียดใจความว่า “Carl Zeiss Tessar 2.8/5.4 AF 5MP” เมื่อเปิดฝาปิดเลนส์ออกจะพบกับเลนส์กล้องพร้อมกับไฟแฟลชชนิด LED แบบคู่ ซึ่งจะเข้าสู่โหมดกล้องให้อัตโนมัติเมื่อเลื่อนเปิดฝาเลนส์ ด้านล่างเป็นฝาหลังมีข้อความ “Nokia Nseries” วางพาดอยู่ฝั่งซ้าย วัสดุส่วนนี้ทำจากพลาสติกคุณภาพสูง มีลักษณะราบเรียบไม่ค่อยยึกเกาะมือเท่าไรนัก ตรงจุดนี้ต้องระวังเวลาจับถือ
       
       


       
       


       
       เมื่อเปิดฝาหลังออก(โดยการค่อยๆงัดออก)จะพบแบตเตอรี่ชนิด Li-Ion 1,500 mAh รุ่น BP-4L ช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ใต้แบตฯซึ่งเป็นถาดวางซ่อนอยู่ในตัวเครื่องอีกทีหนึ่ง ส่วนช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำอยู่เหนือช่องวางแบตฯฝั่งขวา รองรับการ์ดแบบ MicroSDHC สูงสุด 16 GB
       
       


       
       ด้านขวา : ไล่จากบนสุดเป็นปุ่มปรับระดับเพิ่ม-ลดเสียง/ซูมขยาย-ลดภาพในโหมดกล้อง ถัดมาเป็นปุ่มชัตเตอร์ในการถ่ายภาพของเมนูกล้อง (กดค้างเข้าเมนูถ่ายภาพ)
       
       


       
       ด้านซ้าย : มีลำโพงเสียงแบบสเตริโออยู่ขนาบข้างบริเวณมุมเครื่องทั้งซ้าย-ขวา ถัดมาไล่จากทางด้านซ้ายเป็นช่อง MicroUSB สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆรวมถึงชาร์จแบตฯด้วย มีไฟสีขาวดวงเล็กแสดงสถานะการชาร์จหากเต็มไฟจะดับ ถัดไปบริเวณกลางเครื่องเป็นปุ่มล็อก-ปลดล็อคหน้าจอ โดยการผลักไปทางขวาแล้วปล่อย
       
       


       
       


       
       ด้านบน และด้านล่าง : ด้านบนมีช่องต่อชุดหูฟังมาตรฐาน หรือสาย AV Cable ขนาด 3.5 ม.ม.(ขนาดปกติทั่วไป)อยู่ตรงกลาง ถัดมาด้านขวาเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนด้านล่างมีร่องสำหรับงัดฝาหลัง และช่องร้อยสายคล้องมือ-คอ หรือจะร้อยปากกาสไตลัสรูปปากกาที่แถมมาให้ภายในกล่องก็ได้
       
       บทสรุป
       
       สำหรับ N97 เครื่องนี้ จัดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถหลากหลาย ครบเครื่องอีกหนึ่งรุ่นในเวลานี้ ทั้งการออกแบบดีไซน์ที่มีคีย์บอร์ด QWERTY แบบ 3 แถวมาให้ใช้งาน, การเชื่อมต่อที่เรียงหน้ากระดานมาให้เลือกใช้กันครบทำให้ไม่พลาดสังคมออนไลน์ทุกที่ ทุกเวลา โดยรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย GPRS, EDGE, HSDPA และWi-Fi 802.11b ส่วนการเชื่อมต่อแบบออฟไลน์รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ (รองรับ A2DP) การเชื่อมต่อผ่านสายดาต้าลิงก์แบบ Micro USB นอกจากนี้ยังมีช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 นิ้ว สามารถต่อ TV OUT มาให้ใช้งานด้วย, เรื่องออแกไนเซอร์ที่มีมาให้ใช้ไม่ต่างจากตระกูล E ซีรีส์สักเท่าไร และความบันเทิงที่ใส่มาให้ใช้กันครบทีม
       
       ประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องนี้ถือว่าสามารถตอบสนองนิ้วมือได้ดี ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องการพึ่งสไตลัสที่ให้มาก็ย่อมทำได้ ความไวของตัวเครื่องเท่าที่ทดสอบมาก็ไม่พบอาการหน่วงให้เห็นแต่อย่างใด แต่อาการค้างยังมีให้เห็นบ้างบางช่วงขณะ ความไวอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ก็ยังไม่ถึงกับเร็วปรู๊ดปร๊าดเมื่อเรียกใช้งานทุกๆส่วนบนเครื่อง สัญญาณของตัวเครื่องสามารถจับได้นิ่งดี รวมถึงสัญญาณ GPS มีการจับสัญญาณที่ค่อนข้างไวกว่าเดิม เสียงสนทนาดังชัดเจน
       
       แต่ขอติงการจัดวางไอคอนโปรแกรมต่างๆที่ทำให้เกิดความสับสนอยู่พอสมควร โดยเฉพาะหมวดสำคัญๆอย่างออฟฟิศที่หลบเข้าไปอยู่ในเมนูแอปพลิเคชัน แถมถ้าจะเรียกใช้งานตัวจัดการไฟล์, พจนานุกรม, Quickoffice, ตัวแปลงค่า เครื่องคิดเลข ฯลฯ ต้องเข้าโฟลเดอร์ออฟฟิศอีกครั้งกว่าจะเข้าถึงตัวโปรแกรมที่ต้องการได้เสียเวลาหาอยู่ไม่ใช่น้อย
       
       ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นทางโนเกียได้เลือกขนาด 1,500 mAh ใส่มาให้ใช้งาน ซึ่งต้องบอกว่าเหมาะสมกับคุณสมบัติเครื่องรุ่นนี้ดี เนื่องด้วยหน้าจอที่ให้มาใช้นั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ รวมถึงการใช้งานที่ค่อนข้างหนักไปการเข้าสู่สังคมออนไลน์เป็นหลัก ทำให้การใช้งานพื้นฐานทั่วไปอย่างการโทร-รับสาย, รับ-ส่งข้อความ ถ่ายภาพ-ฟังเพลงอย่างละนิดอยู่ได้เกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว แต่ถ้าหากใช้งานแบบหนักๆสามารถอยู่ได้ประมาณ 2 วันกว่าๆ
       
       ปิดท้ายกันที่การออกแบบดีไซน์ที่ทำออกมาได้ไม่เลวทีเดียว การประกอบเครื่องดูแน่นหนาดี รวมถึงส่วนต่อข้อพับระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่อง เมื่อสไลด์เครื่องออกใช้คีย์บอร์ดทำได้แน่นหนา ดูแข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆที่ออกมาให้ใช้งานอยู่มากทีเดียว จุดนี้ต้องขอชมว่าโนเกียกลับไปทำการบ้านได้ดี ส่วนเรื่องของขนาด กับน้ำหนักนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เป็นสำคัญว่าจะรับสภาพได้มากขนาดไหน ส่วนตัวของผู้เขียนมีความเห็นว่าถึงแม้เครื่องจะค่อนข้างใหญ่ แต่ถ้านำมาใช้งานตรงตามเป้าหมายของรุ่นนี้ก็ถือว่ากำลังพอเหมาะ
       
       ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะได้เห็นเครื่องรูปทรงลักษณะนี้ แต่มีขนาดที่บางกว่าออกมาให้ได้ใช้งานกันก็เป็นได้ใครจะไปรู้ หุหุ
       
       ขอชม
       - หน้าจอทัชสกรีนขนาด 3.5 นิ้ว ใหญ่สะใจดี
       - แป้นคีย์บอร์ดสามารถใช้งานได้ทุกสภาวะแสง (แสงน้อยมีไฟส่องช่วยให้เห็นตัวอักษรชัดเจน)
       - ระบบนำทาง GPS รับสัญญาณได้ไวขึ้นกว่าเดิมมาก
       
       ขอติ
       - ขนาดอาจจะใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความเทอะทะ(โดยเฉพาะสุภาพสตรี)
       - พื้นผิวตัวเครื่องด้านหลังค่อนข้างลื่นไปสักนิด อาจะหลุดมือได้ง่ายเวลาสไลด์เครื่องออก
       - เครื่องรองรับการต่อ TV out แต่อุปกรณ์ในกล่องไม่มีสาย A/V Cable แถมมาให้ใช้งาน
       
       Company Related Links :
จาก c-biz

Share/Save/Bookmark

Related posts:

  1. Review : Nokia N86 8MP เด่นที่กล้องพร้อมมัลติมีเดียครบ
  2. Nokia N97 ; iphone killer….
  3. NOKIA E72 shock the world.
  4. สัมผัสและ เรียนรู้การใช้งานจริง Nokia 5800 XpressMusic ก่อนใคร
  5. Review : HTC Touch Pro 2 อีกระดับบิสิเนสพีดีเอโฟน

Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.

Post a Response

DekDigg MaDigg DekADD HippoBa MonoJung VoteJung BookmarkDigg SiamSocialBookmark SiamDigg Digg in Thai Submit in Thai Voyage Digger DukDigg FollowADD ThaiSB ขุด WordThai SpiceDay ThaiZad Techkr DiggSa DayADD DoogDigg DigGaza DukeDig NungLub KraDigg DiggDay Z-xxl